';
บริการท่องเที่ยวเชิ่งสร้างสรรค์ สัมผัสวิถีชีวิตของความเป็นพหุวัฒนธรรมสามศาสนาที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากศาสนาในชุมชนอย่างลึกซึ้ง.
สนุกสนานกับกิจกรรมทางน้ำในแม่น้ำสามสายที่สำคัญในพื้นที่.
สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจากเจ้าบ้านในท้องถิ่น.
แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและธรรมชาติของสามสายน้ำ
วัดขุนพรหม เป็นวัดราษฎร์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ป้อมเพชร ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2100 และได้รับวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2120 ชุมชนบริเวณนี้มีชื่อเสียงด้านการผลิตผ้าพิมพ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งนิยมใช้แสดงฐานะและตำแหน่ง เดิมวัดมีศาลาการเปรียญเก่าแก่กว่า 100 ปี แต่พังถล่มระหว่างการซ่อมแซม โดยพระประธานไม่ได้รับความเสียหาย วัดยังมีศาลพระพรหมขนาดใหญ่ และ "พระศิลาขาว" ปูชนียวัตถุสมัยทวารวดีที่หน้าพระอุโบสถ ซึ่งเป็นซากพระพุทธรูปหินทรายจากวัดพญากง ที่เชื่อว่าเดิมมาจากวัดพระเมรุ (นครปฐม) บางส่วนถูกนำมาไว้ที่วัดขุนพรหม และบางชิ้นสูญหายหรือถูกขโมย.
🌐 ดูเส้นทาง
**คลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา** หรือ **คลองขุนละครไชย** เรียกทั่วไปว่า **คลองตะเคียน** เป็นคลองที่ลัดแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือวัดเซนต์โยเซฟ โดยในบันทึกต่างชาติเรียกว่า "คลองน้ำยา" หรือย่าน "บางปลาเห็ด" คลองนี้อาจขุดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด โดยมีการกล่าวถึงครั้งแรกในพงศาวดารสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวมุสลิมจากต่างประเทศ เช่น อาหรับ อินเดีย เปอร์เซีย มาลายู ชวา และจาม รวมถึงชาวสยามที่นับถืออิสลาม ชาวบ้านจึงเรียกตำบลนี้ตามชื่อคลองว่า "คลองตะเคียน" จนถึงปัจจุบัน.
🌐 ดูเส้นทาง
**วัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา** (Saint Joseph Catholic Church) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลสำเภาล่ม สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2205 โดยคณะบาทหลวงฝรั่งเศส หลังจากได้รับพระราชทานที่ดินบริเวณที่เรียกว่า “ค่ายนักบุญยอแซฟ” เดิมเป็นอาคารไม้ ต่อมาพัฒนาเป็นอาคารอิฐถือปูน มีการบูรณะหลายครั้งจนเป็นอาคารปัจจุบันในปี พ.ศ. 2426 ออกแบบโดยคุณพ่อแปร์โร และโจอาคิม แกรซี สถาปนิกชาวอิตาลี ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ มีหอระฆัง 1 หอ ปัจจุบันอายุเกิน 140 ปี และยังคงเป็นศูนย์กลางคริสตชนในพื้นที่อยุธยา.
🌐 ดูเส้นทาง
**วัดพุทไธศวรรย์** เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1896 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) บนพื้นที่ที่เคยเป็นพลับพลาที่ประทับก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา เรียกว่า "ตำบลเวียงเล็ก" หรือ "เวียงเหล็ก" ในสมัยอยุธยา วัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียง และได้รับการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยกษัตริย์องค์ต่อมา แม้เมื่อเสียกรุงในปี พ.ศ. 2310 วัดพุทไธศวรรย์ก็ไม่ถูกทำลาย จึงยังคงเหลือโบราณสถานให้ชมอยู่มากจนถึงปัจจุบัน.
🌐 ดูเส้นทาง
มัสยิดตะเกี่ยโยคิณราชมิสจินจาสยาม เป็นมัสยิดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณด้านข้างเป็นสุสานซึ่งเป็นอาคารแปดเหลี่ยมทรงโดมสร้างครอบ กล่าวกันว่าเป็นที่ฝังศพของเจ้าพระคุณตะเกี่ยโยคินฯ ผู้เป็นที่เคารพสักการะของชาวมุสลิมในย่านนี้ ภายในมัสยิดมีสิ่งที่แสดงถึงสำคัญของที่นี่ได้ดี คือ แท่นบรรยายธรรมและตะเกียง ซึ่งได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 มัสยิดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางประกอบศาสนกิจของชาวบ้านในชุมชนคลองตะเคียน ย่านปากคลองตะเคียนด้านใต้ กลุ่มคนที่อาศัยมาแต่ดั้งเดิมสืบเชื้อสายแขกจามและมลายู ทำอาชีพประมงน้ำจืด ทำแห ทำอวน และทอผ้า
🌐 ดูเส้นทาง
วัดนางกุย ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 5 ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีอายุกว่า 400 ปี ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองด้านใต้ ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้สร้างคือ "นางกุย" ผู้มีทรัพย์สินมาก วัดเคยเจริญรุ่งเรืองในอดีต และได้รับการบูรณะครั้งสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 3 มีจุดเด่นคือพระอุโบสถ หน้าบันรูปนารายณ์ทรงครุฑ เสมาคู่ เจดีย์ และพระปรางค์ ภายในอุโบสถประดิษฐาน "พระพุทธรูปศิลา สมัยทวารวดี" และ "หลวงพ่อยิ้ม" พระพุทธรูปไม้สักทองลงรักปิดทอง ซึ่งเชื่อว่าลอยมาตามแม่น้ำมาติดที่หน้าวัด นอกจากนี้ยังมี "ศาลแม่ตะเคียนทอง" ที่แกะสลักจากต้นตะเคียนโบราณที่ยืนต้นตายเมื่อปี พ.ศ. 2540 ให้ผู้คนได้สักการะบูชา
🌐 ดูเส้นทาง
มัสยิดเก่าแก่ สร้างโดยชนชาติจามปา ประมาณค.ศ.700 ไม่ต่ำกว่า 1,300 ปี ชื่อเดิม จามะมัสยิด หมายถึงมัสยิดของชนชาติจาม มัสยิดมีรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบหลังคามีโดม 3 โดม โดมใหญ่อยู่ตรงกลาง มีโดมเล็กอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มีหออะซาน 2 หอ ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มัสยิดกุฎีช่อฟ้าได้รับการเปลี่ยนชื่อจากเดิมมาเป็นสุเหล่ากุฎีเจ้าเซ็นใน สมัยเฉกอะหมัดเจ้าพระยาบวรราชนายก ในปี 2159 สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ.2154-2171)
🌐 ดูเส้นทาง